วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทะเล หัวหิน

 ประวัติเมืองหัวหิน ก่อนหน้าที่ชื่อหัวหินยังไม่เกิดมีเรื่องเล่าขานกันว่าราวปี พ.ศ. 2377 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พื้นที่เกษตรกรรมบางแห่งของเมืองเพชรบุรีแห้งแล้งกันดารมาก ราษฏรกลุ่มหนึ่งจึงทิ้งถิ่นย้ายลงมาทางใต้ จนมาถึงบ้านสมอเรียงซึ่งอยู่เหนือขึ้นมาจากเขาตะเกียบและบ้านหนองแกหรือบ้านหนองสะแก ที่บ้านสมอเรียงนี้มีหาดทรายชายทะเลแปลกกว่าที่อื่น

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ (พระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร ต้นราชสกุลกฤดากร) เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สร้างตำหนักหลังใหญ่ชายทะเลด้านใต้ของหมู่หิน (ปัจจุบันอยู่ติดกับโรงแรมโซฟิเทลฯ) และประทานชื่อตำหนักว่า แสนสำราญสุขเวศน์ ต่อมาทรงปลูกอีกหลังหนึ่งแยกเป็น แสนสำราญ และ สุขเวศน์ เพื่อไว้ใช้รับเสด็จเจ้านาย พร้อมกับทรงสร้างเรือนขนาดเล็กใต้ถุนสูงอีกหลายหลัง ซึ่งต่อๆ มาคือ บังกะโลสุขเวศน์ ทรงขนานนามหาดทรายบริเวณตำหนักและหาดถัดๆ ไปทางใต้เสียใหม่ว่า “หัวหิน” เป็นคนละส่วนกับบ้านแหลมหินเดิม โดยมีกองหินชายทะเลเป็นที่หมายแบ่งเขต ซึ่งบ้านแหลมหินเดิมมีเขตด้านใต้ถึงเพียงแค่ต้นเกดใหญ่ชายทะเล

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เที่ยว วัดหลวงพ่อโสธร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า "วัดหงษ์" สร้างในสมัยกรุงศรี อยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพุทธโสธร"พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทราเป็นพระพุทธรูป ปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65เมตร สูง 1.48เมตร ฝีมือช่างล้านช้างตามประวัติเล่าว่าได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรง สวยงามมาก


แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะที่เห็น ในปัจจุบัน ทุกวันจะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อพุทธโสธรจำนวนมากเนื่องจากอุโบสถหลังเก่ามีสภาพ ทรุดโทรมและคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงได้มีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าและสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเป็นอาคารทรงไทยที่ออกแบบพิเศษ เฉพาะรัชกาลลักษณะ แบบพระอุโบสถเป็นหลังคาประกอบเครื่องยอดชนิดยอดทรงมณฑปแบบไทย

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ตลาดน้ำ บางน้ำผึ้ง


 
เป็นตลาดน้ำที่ใกล้กรุงเทพ ซึ่งตลาดแห่งนี้ยังคงอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติ ท่านจะเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมคลอง พ่อค้าแม่ค้าหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ที่สำคัญก่อนมาที่ตลาดน้ำแห่งนี้ทำท้องให้ว่างไว้ดีที่สุด เพราะว่าอาหารการกินที่นี่หลากหลายมาก เช่น ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา รังนก ก๋วยเตี๋ยว และยังมีอาหารที่เราไม่ค่อยจะพบกันบ่อยนักแต่ว่าอย่าพึ่งทานให้อิ่มทีเดียว เพราะว่ายังมีอาหารที่ไม่ได้ขายในท้องตลาดทั่วไปอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ขนมครกหอยทอด ทอดมันปลา หมึกไข่เสียบไม้ห่อด้วยใบตอง แจงรอน ลูกชิ้นโบราณมีทั้งไส้กุ้ง หมู เผือก แครอท หน้าตาไม่ค่อยคุ้นเท่าซักเท่าไหร่นัก 
สำหรับของหวานก็เช่น สลิ่ม ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง วุ้นหลากสี ข้าวเหนียวทรงเครื่อง และอีกมากมาย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ทานกันอิ่มแล้วออกแรงกันหน่อยดีกว่าเพราะว่าที่นี่มีบริการเรือให้เช่าอัตราค่าบริการคนละ 20 บาทต่อชั่วโมง หนึ่งลำนั่งได้ 4 คน หลังจากสนุกกับการพายเรือแล้วที่นี่เค้าก็มีบริการนวดให้ท่านผ่อนคลายอีกด้วย


ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจะมีเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายก อบต. บางน้ำผึ้ง โทร. 01 171 4930 และสำนักงาน อบต. บางน้ำผึ้ง โทร. 02 819 6762